ไอบีเอ็มชี้ธนาคารและธุรกิจการเงินตื่นตัวใช้บล็อกเชนสูงเกินคาด

ไอบีเอ็มเผยบล็อกเชนมาเร็วเกินคาด พบกลุ่มธนาคารและธุรกิจการเงินเร่งหาแนวทางนำโซลูชั่นบล็อกเชนมาปรับใช้

ผลการศึกษาล่าสุด 2 ชิ้น โดยสถาบันการศึกษาคุณค่าทางธุรกิจของไอบีเอ็ม (IBM Institute for Business Value) ที่สำรวจธนาคารทั่วโลก 200 แห่ง และสถาบันการเงิน 200 แห่งทั่วโลก ระบุว่า 70% ของกลุ่ม ‘ผู้บุกเบิก’ ต่างกำลังให้ความสำคัญกับบล็อกเชนในแง่เครื่องมือที่จะช่วยทะลายอุปสรรคที่มีอยู่ปัจจุบัน เพื่อนำสู่โมเดลทางธุรกิจและตลาดใหม่ๆ โดยกลุ่มผู้บุกเบิกเหล่านี้มีการเตรียมความพร้อมที่จะต่อกรกับคู่แข่ง ไม่เฉพาะคู่แข่งหน้าเดิมแต่รวมไปถึงกลุ่มที่ก้าวล้ำอย่างสตาร์ทอัพ โดย 7 ใน 10 ของผู้บุกเบิกในกลุ่มสถาบันการเงินให้ความสำคัญกับการนำบล็อกเชนไปใช้ใน 4 ด้าน คือ การชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ การชำระเงินขายส่ง ผู้ถือหุ้นและการออกตราสารหนี้ รวมถึงบริการด้านแหล่งข้อมูลอ้างอิง
“การเป็นผู้บุกเบิกที่เริ่มใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนนำสู่ประโยชน์หลายด้าน ตั้งแต่การเป็นผู้กำหนดมาตรฐานทางธุรกิจและโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ ที่จะใช้ในอนาคต รวมถึงการสกัดกั้นคู่แข่ง เพราะกลุ่มผู้บุกเบิกมักสามารถคาดการณ์ปัญหาที่อาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงักได้ดีกว่า” นายสวัสดิ์ อัศดารณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจการเงินและประกันภัย บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย กล่าว

กลุ่มผู้บุกเบิกในแวดวงธนาคาร
ผลสำรวจยังเผยให้เห็นว่าธนาคารขนาดใหญ่ที่มีบุคลากรมากกว่าแสนคนกำลังเป็นผู้นำในการเปิดรับเทคโนโลยีบล็อกเชน แทนที่จะเป็นกลุ่มสตาร์ทอัพหรือองค์กรด้านเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) ขนาดเล็ก โดย 77% ของธนาคารขนาดใหญ่กลุ่มนี้เป็นธนาคารที่ให้บริการลูกค้ารายย่อย
กลุ่มผู้บุกเบิกเหล่านี้คาดหวังถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากเทคโนโลยีบล็อกเชน อาทิ บริการด้านแหล่งข้อมูลอ้างอิง (83%) การชำระเงินค้าปลีก (80%) และการให้กู้ยืมเงินแก่ลูกค้ารายย่อย (79%) โดย 80% ของธนาคารที่สำรวจมองว่าจะมีการเกิดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่ใช้บล็อกเชนเป็นพื้นฐาน โดยเฉพาะในกลุ่มการค้าระหว่างประเทศ สินเชื่อธุรกิจ และบริการด้านแหล่งข้อมูลอ้างอิง
กุญแจสู่ความสำเร็จ
กลุ่มธนาคารผู้บุกเบิกมองว่าแม้บล็อกเชนจะเป็นเครื่องมือที่นำสู่โมเดลและตลาดธุรกิจใหม่ๆ แต่การนำมาใช้จริงก็มีอุปสรรคอยู่ไม่น้อย โดยอุปสรรคที่สำคัญที่สุดคือข้อบังคับต่างๆ (56%) รองลงมาคือเทคโนโลยีที่ยังไม่สมบูรณ์พอ (54%) และรูปแบบการวัดผลตอบแทนจากการลงทุนที่ยังไม่ชัดเจนนัก (52%)
ผลสำรวจดังกล่าวยังแนะนำให้องค์กรที่ต้องการนำบล็อกเชนมาใช้ เริ่มตันด้วยการตั้งคำถามกับตัวเอง 3 ข้อ คือ 1. องค์กรจะต้องเร่งเดินหน้าเร็วแค่ไหน?

การออกตัวแรงของกลุ่มผู้บุกเบิกถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ตอกย้ำให้ผู้เล่นที่ต้องการเจาะลูกค้ากลุ่มใหญ่ต้องเรียนรู้และเตรียมพร้อมบุกตลาดให้เร็วที่สุด และต้องไม่ลืมที่จะตระหนักว่าสิ่งที่กลุ่มบุกเบิกเริ่มทำย่อมมีส่วนในการโน้มนำการกำหนดข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
2. องค์กรจะสามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการผ่านเครือข่ายทางธุรกิจต่างๆ ได้อย่างไร เมื่อมีการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในวงกว้าง กลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ จะสามารถสร้างเครือข่ายทางธุรกิจที่ช่วยลดแรงต้านที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตได้ เพราะกลุ่มนี้ได้มีการกำหนดมาตรฐานทางธุรกิจและเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการขยายการใช้บล็อกเชนไว้แล้ว ผู้เล่นที่ต้องการให้บริการเกี่ยวกับบล็อกเชนแก่กลุ่มผู้ใช้ขนาดใหญ่ควรรวมตัวและสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับกลุ่มผู้บุกเบิก

3. องค์กรจะสร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยโมเดลรายได้แบบใหม่ได้อย่างไร เมื่อมีผู้เล่นหน้าใหม่และโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้น ธนาคารจะจำเป็นต้องหาทางรักษารายได้หลักในปัจจุบันเอาไว้ หรือแสวงหาแหล่งรายได้ใหม่ โมเดลรายได้รูปแบบใหม่จะต้องมองไปไกลถึงแนวโน้มธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในวันนี้และอนาคต โดยเทคโนโลยีบล็อกเชนจะเพิ่มช่องทางรายได้ใหม่อย่างน้อยหนึ่งช่องทางให้กับองค์กร ขณะที่รายได้จากบริการด้านแหล่งข้อมูลอ้างอิงน่าจะเป็นแหล่งรายได้ก้อนใหญ่ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ธนาคารควรตระหนัก

ที่ผ่านมาไอบีเอ็มได้เปิดให้บริการโซลูชั่นและการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับบล็อกเชน และพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับบล็อกเชนเพื่อลดความซับซ้อนและเปิดให้ใช้งานได้ในวงกว้าง นอกจากนี้ยังได้ร่วมสนับสนุนเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สแก่ไฮเปอร์เล็ดเจอร์แฟบริค และเปิดให้บริการบล็อกเชนบนแพลตฟอร์มคลาวด์บลูมิกซ์ เพื่อให้นักพัฒนาสามารเข้าไปทดลองใช้ได้ ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจการเงิน การจัดการโซ่อุปทาน อินเตอร์เน็ตอ็อฟธิงส์ การบริหารความเสี่ยง การบริหารจัดการสิทธิทางข้อมูล และธุรกิจการดูแลสุขภาพ คือกลุ่มธุรกิจที่คาดว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอันเป็นผลมาจากการใช้บล็อกเชน

Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInPin on Pinterest

You may also like...

Leave a Reply